Saturday, January 20, 2018

Bad Santa

Enigma Miniatures 32mm metal figure
Sculpted by Raul Garcia Latorre

I finished this project a few days before last Christmas. I painted this mini as a gift for a good friend, it was a fun and relaxing project. 

This is "Bad Santa" from Enigma Miniatures, beautifully sculpted by Raul Garcia Latorre in 32mm (metal). I really like the concept of this mini so I tried to make a little scene to tell a story. The gift boxes are from Ristul's, very nice details and easy to work with. I got it from eBay and if you are interested, check out on their website below.

https://www.ristulsmarket.com/

งานล่าสุดที่ทำเสร็จตอนช่วงปลายปีที่ผ่านมาครับ เป็นงานที่เพนท์เพื่อเป็นของขวัญให้กับเพื่อนท่านหนึ่ง ผมใช้เวลาในการทำงานชิ้นนี้ไม่นานนัก (น่าจะประมาณหนึ่งอาทิตย์) ถือว่าเป็นอีกหนึ่งงานที่ทำเสร็จเร็วพอสมควร และยังเป็นงานที่เพนท์สนุกและผ่อนคลายดีครับ 

งานชิ้นนี้ชื่อ Bad Santa ของยี่ห้อ Enigma Miniatures ครับ ปั้นโดย Raul Garcia Latorre (เป็นอีกหนึ่งนักปั้นที่ผมชอบงานเค้ามาก) ในขนาด 32mm และผลิตออกมาเป็นโลหะครับ
ส่วนตัวชอบงานปั้นชิ้นนี้มากทั้งเรื่องของคอนเซ็ปต์และรายละเอียดของตัวมินิ เลยตั้งใจทำฉากเล็กๆขึ้นมาเพื่อช่วยสร้างเรื่องราวให้ดูเข้ากับตัวมินิครับ
ส่วนกล่องของขวัญที่เห็น เป็นชุดเรซิ่นของ Ristul's ซึ่งมีรายละเอียดดีและตัดแต่งได้ง่ายมาก ผมได้มาจาก eBay ถ้าสนใจก็ลองเข้าไปดูได้ในเว็บไซต์ที่ลงไว้ด้านบนครับ













Sunday, January 14, 2018

Great Unclean One (part 1)

Here is a bit progress on Great Unclean One. I've already finished painting all the base colors for the whole piece and applied some basic shadows and highlights by using an airbrush. It was the first time I used the airbrush for painting miniatures, I usually use it for painting AFV models or apply clear coat on the finished miniatures or figures. 

In my opinion. using the airbrush for painting miniatures is quite different from using it for painting AFV models. Miniatures need more shadow and highlight than AFV models, in order to make all the details stand out and look more interesting so it requires many layers of colors to build up the contrast between light and shadow. 

It took me several hours to finish the painting, and I still have to learn a lot more about controlling and making precise lines with the airbrush. However, airbrush is a handy tool and helpful if you want to finish the project a lot faster especially for a huge miniature like this one. Maybe in the future, if I have a lot more experiences in using the airbrush, I'll probably finish all the shadow and highlight and only do the final touches with a paintbrush. 

After this, it's going to be painted only with the paintbrush. I already have the image of the finished mini in my mind and it will look a lot different from this stage. It still a long way to go and I'll post more progress soon.

ความคืบหน้าเล็กน้อยของ Great Unclean One ครับ เนื่องจากขนาดชิ้นงานที่ใหญ่มาก ในครั้งนี้เลยได้ลองใช้แอร์บรัชในการพ่นสีงานมิเนียเจอร์ดูบ้างครับ ปกติแล้วผมจะใช้แอร์บรัชในการพ่นสีงานพลาสติกโมเดลประเภทรถถังเป็นหลัก ส่วนงานมิเนียเจอร์จะใช้แอร์บรัชเฉพาะในการพ่นสีเคลียร์สำหรับเคลือบผิวงานตอนจบงานเท่านั้น เพราะงานมิเนียเจอร์ส่วนมากจะมีขนาดเล็กจึงสามารถใช้การเพนท์ด้วยพู่กันเพียงอย่างเดียวได้สะดวก แต่กับงานที่มีขนาดใหญ่มากอย่างงานชิ้นนี้ การใช้แอร์บรัชช่วยในการพ่นสีส่วนต่างๆ ก็จะช่วยประหยัดเวลาในการทำงานไปได้มากเลยครับ

สำหรับสีที่ผมใช้ในการพ่นเป็นสี Vallejo Model Air กับ Vallejo Game Air ครับ และนำมาพ่นส่วนของสีพื้นทั้งหมดบนชิ้นงาน รวมถึงพ่นสีจำลองแสงและเงาเบื้องต้น ก่อนที่จะนำไปเพนท์เก็บรายละเอียดต่อในภายหลังครับ 

ผมใช้เวลาในการพ่นสีทั้งหมดประมาณ 3 ชั่วโมง ซึ่งส่วนตัวแล้วคิดว่าการพ่นสีงานมิเนียเจอร์กับงานรถถังมันแตกต่างกันพอสมควร เพราะงานมิเนียเจอร์จะต้องการความชัดเจนของแสงและเงามากกว่า เพื่อเน้นรายละเอียดต่างๆบนชิ้นงานและทำให้มันดูน่าสนใจมากขึ้น ดังนั้นการพ่นสีงานประเภทนี้จึงต้องพ่นสีหลายรอบเพื่อไล่ระดับสีจากอ่อนไปแก่ และสร้างความคมชัดระหว่างส่วนของแสงและเงา และการพ่นสีงานประเภทนี้จะใช้การพ่นแบบฟรีแฮนด์เป็นหลัก จึงต้องอาศัยความชำนาญในการใช้แอร์บรัชพอสมควร ซึ่งตัวผมเองก็ยังทำได้ไม่ดีนักและคงจะต้องฝึกเรื่องของการควบคุมการพ่นอีกมากพอสมควร โดยเฉพาะเรื่องของการพ่นรีดเส้นครับ

อย่างไรก็ดี การใช้แอร์บรัชในการพ่นสีมิเนียเจอร์ก็ช่วยให้การทำงานนั้นสะดวกและทำงานได้รวดเร็วมากขึ้น โดยเฉพาะกับงานขนาดใหญ่แบบนี้ และถ้าหากฝึกฝนจนชินกับการใช้สีอะครีลิคในการพ่นสี รวมถึงสามารถควบคุมการใช้แอร์บรัชได้เป็นอย่างดีแล้ว ก็คงช่วยลดขั้นตอนในการทำงานลงไปได้มาก อาจจะใช้พู่กันเพียงแค่การเพนท์เก็บรายละเอียดก่อนจบงานเท่านั้น รวมถึงคงจะนำไปใช้ในการพ่นสีบนชิ้นงานที่เล็กกว่านี้ได้สะดวกมากขึ้นด้วยครับ

หลังจากนี้แล้วผมก็คงจะมานั่งเพนท์สีเก็บรายละเอียดต่างๆด้วยพู่กันอีกที ส่วนตัวมีภาพที่คิดเอาไว้ในหัวอยู่แล้วว่าอยากจะให้งานนั้นออกมาในรูปแบบไหน ซึ่งถ้าเสร็จแล้วคงจะดูแตกต่างจากภาพในขั้นตอนนี้พอสมควร และตอนนี้ก็ยังเหลือรายละเอียดอีกมากที่ยังต้องทำ หลังจากนี้คงจะทยอยนำความคืบหน้ามาให้ชมกันเรื่อยๆครับ 







Wednesday, January 3, 2018

First post in 2018

Happy New Year Everyone! I'd like to say hello to you guys after I haven't posted anything for so long. 2017 was one of the great years for me, I've met a lot of new friends, fulfilled my dream, got a dream job and been learning so many things. Thank you so much, everyone, for being a good friend to me. I'm so grateful for having all of you in my life.

I'd also like to apologize, every person, who I've made a promise to do article or commission work for you since last year and haven't had to start it yet. Please forgive me for the delay, and thank you so much for your patience and your support. I'll try to fulfill each of my promises as soon as possible.

As of last year, I managed to finish my personal project just only 4 pieces, the last two of them I haven't posted it yet, more photos from both projects will be posted soon on my page and my blog.

Early of last year, I've also started working for the new company in Long Beach called Mini World Studio. I've been working hard for the whole year (sometimes 14-16 hours a day) and that is the reason why I don't have much free time like before. It's been a great experience working for this company and I've been learning many new things. As of right now, we've been working on three huge diorama projects in HO scale and they're still so far from the finish. Now I can show you only the overall photo of each project (sorry for the poor photos) and I'll post more photos with close-up details soon on my page and my blog.

I hope this year will also be another great year, I look forward to seeing what it will bring. 
Wishing you all a very happy new year and enjoy painting and modeling throughout the whole year.

สวัสดีปีใหม่ครับทุกๆคน ห่างหายจากการโพสไปนานมากๆทั้งในเพจและในบล็อก วันนี้เลยอยากมาโพสทักทายและอัพเดทชีวิตให้ฟังครับว่าปีที่ผ่านมาเป็นอย่างไรบ้าง ซึ่งสำหรับผมแล้วปี 2017 ถือเป็นอีกหนึ่งปีที่ดีที่สุดในชีวิต มีเหตุการณ์ต่างๆเกิดขึ้นมากมาย ได้เดินทาง ได้พบเจอเพื่อนใหม่ ได้ตามเก็บเกี่ยวความฝันของตัวเอง ได้รับประสบการณ์ดีๆมากมาย ได้ทำงานแบบที่เหมาะกับตัวเอง ได้ลองและเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ เป็นปีที่ดีมากๆและมีความสุขจริงๆ ขอบคุณเพื่อนๆทุกๆคนที่แม้จะห่างกันแต่ก็ยังกลมเกลียวเป็นกำลังใจกันอยู่เสมอ พวกคุณมีความหมายกับผมมากและรู้สึกดีทุกครั้งที่ได้คุยกัน ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาดปลายปีเราคงจะได้เจอกัน

สำหรับปีที่ผ่านมาคงต้องขอโทษทุกๆท่านที่คอยติดตามผลงานกันมาตลอดทั้งในเพจและในบล็อกที่แทบจะไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆเลยตลอดทั้งปี ส่วนใหญ่ที่ทำได้ก็จะเป็นเพียงแค่การแชร์ผลงานหรือบทความที่น่าสนใจในเพจแค่นั้น ซึ่งผมคงไม่มีข้อแก้ตัวใดๆมากไปกว่าคำว่างานประจำนั้นยุ่งจนไม่ค่อยมีเวลาส่วนตัวให้กับงานของตัวเอง และปีนี้จะพยายามปรับปรุงตัวเองให้ทำงานให้มากขึ้น ต้องขอโทษด้วยจริงๆครับและขอบคุณทุกๆท่านที่ยังคงติดตามกันอยู่ตลอด

แม้ปีที่ผ่านมาจะไม่ค่อยมีเวลาว่างมากนัก แต่ก็ยังสามารถทำผลงานได้จนเสร็จ 4 ชิ้นถ้วน เท่ากับสถิติของปีที่แล้ว ถือว่ายังน่าพอใจดีทีเดียวครับ ฮ่าๆ ส่วนภาพที่ลงให้ดูกันอาจจะเคยเห็นกันแล้วอยู่สองงาน ส่วนอีกสองงานที่เหลือยังไม่เคยลงภาพตอนเสร็จสมบูรณ์ งานฉากที่เป็นบัสนั้นทำเสร็จไว้หลายเดือนแล้ว ส่วนซานต้าพึ่งทำเสร็จก่อนคริสต์มาสไม่นานนัก ไว้มีโอกาสจะทยอยลงภาพผลงานทั้งสองชิ้นนี้อีกทีครับ

นอกจากนี้ ตั้งแต่ช่วงต้นปีของปีที่แล้วผมได้เริ่มทำงานกับสตูดิโอชื่อ Mini World Studio เป็นการทำงานประจำด้านโมเดลแบบเต็มตัวเป็นครั้งแรก ซึ่งที่ผ่านมาผมทำโมเดลเป็นงานอดิเรกมาโดยตลอด ตอนนี้คงสามารถพูดได้เต็มปากว่ามีอาชีพเป็นโมเดลเล่อร์ครับ^^ 
โดยสตูดิโอที่ผมทำงานอยู่นี้จะทำงานประเภท diorama หรือฉากจำลองขนาดใหญ่เป็นหลัก อย่างโปรเจกต์ที่ทำอยู่ตอนนี้จะเป็นฉากขนาดใหญ่สามฉาก ในมาตราส่วน 1/87 (HO scale) และจะเน้นไปที่เรื่องของความละเอียดสมจริงของชิ้นงานครับ

ตอนนี้สตูดิโอยังไม่ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการ และยังอยู่ในระหว่างขั้นตอนการสร้างผลงาน ซึ่งยังเหลือรายละเอียดอีกมากพอสมควรกว่าจะจบงานได้ โดยหลังจากที่ทำงานจนเสร็จแล้วจึงจะมีทีมมาถ่ายภาพและวีดีโอ และคงจะได้เริ่มเปิดตัวอย่างเป็นทางการอีกทีครับ สำหรับตอนนี้ผมมีภาพของทั้งสามชิ้นมาให้ดูก่อนเล็กน้อย ต้องขออภัยที่บางภาพไม่ค่อยชัดเท่าไหร่ครับ

จริงๆที่ผ่านมาที่แทบไม่ได้อัพเดทงานใดๆเลย แต่จริงๆผมเองก็ทำโมเดลเกือบทุกวันมาตลอดแทบทั้งปีครับ เพียงแต่ไม่สามารถนำภาพมาเปิดเผยได้ หลังจากนี้คงจะทยอยนำภาพการทำงานโมเดลต่างๆที่ทำในสตูดิโอมาลงให้ชมกันในเพจหรือในบล็อกอีกที สลับไปกับการลงงานส่วนตัวของตัวเอง และคงจะพยายามหาเวลามาอัพเดทและลงผลงานต่างๆให้บ่อยมากขึ้นครับ

สุดท้ายนี้ขอให้ทุกท่านมีความสุขความเจริญในปีใหม่นี้ และสนุกกับการทำงานโมเดลกันไปตลอดทั้งปี แล้วพบกันใหม่เร็วๆนี้ครับ











Monday, January 1, 2018

Happy New Year 2018

Image courtesy of www.happynewyear2018x.com
May this year bring new happiness, new goals, new achievements and a lot of new inspirations on your life. Wishing you a year fully loaded with happiness.

Wednesday, October 4, 2017

Review - SM.03 Sazabi Custom

Rinaldi Studio Press: https://www.rinaldistudiopress.com/
Price: $25.00
136 pages

Reviews in English:
The Ghost of Zeon (YouTube) 
Zaku Aurelius (YouTube)
Model Geek 

สวัสดีครับ หนังสือเล่มแรกที่จะมารีวิวให้ชมกันเป็นหนังสือของทาง Rinaldi Studio Press เป็นค่ายหนังสือที่มีชื่อเสียงมากในการทำหนังสือสอนทำสีและเวทเธอริ่งโมเดลต่างๆ โดยเฉพาะโมเดลประเภทยุทธยานยนต์ ซึ่งทั้งหมดเป็นผลงานของ Michael Rinaldi โมเดลเลอร์ที่มีชื่อเสียงมาอย่างยาวนานในการทำโมเดลยุทธยานยนต์และเคยได้รับรางวัลจากงานประกวดต่างๆมาแล้วมากมาย

หนังสือในซีรีส์ SM (Single Model) แต่ละเล่มจะเจาะจงไปที่การทำโมเดลหนึ่งชิ้นตั้งแต่ขั้นตอนการประกอบ ทำสี เวทเธอริ่งจนจบผลงาน ซึ่งในแต่ละฉบับก็จะมีหัวข้อของโมเดลที่นำมาทำแตกต่างกันไปตามความสนใจของผู้เขียน อย่างใน SM ฉบับที่ 3 นี้ก็จะเป็นหัวข้อในการทำโมเดลหุ่นยนต์ประเภทกันดั้มพลาสติกโมเดล หรือที่เรียกกันสั้นๆว่ากันพลา ที่ตัวผู้เขียนบอกว่าสนใจเรื่องของการ์ตูนและอนิเมต่างๆมานานแล้วแต่ไม่เคยมีโอกาสได้ทำงานโมเดลประเภทนี้ นี่จึงเป็นครั้งแรกของตัวผู้เขียนเองที่ได้ลองทำและเขียนบอกเล่าวิธีการทำงานต่างๆของงานกันพลาในแบบของเขา

ดังนั้นเนื้อหาภายในฉบับนี้จึงพิเศษกว่าฉบับก่อนๆหน่อยตรงที่มีการทำโมเดลที่ต่างกันสองตัว คือ Rick Dome ในมาตราส่วน 1/144 (HG) สำหรับเป็นตัวทดลองเทคนิคการทำสีต่างๆเพื่อให้ได้ผลลัพท์แบบที่พอใจ ก่อนที่จะนำไปทำลงบนงานชิ้นหลักคือ Sazabi ในมาตราส่วน 1/100 (MG) ในภายหลัง

ขนาดของหนังสือเล่มนี้จะไม่ใหญ่มาก ใหญ่กว่ากระดาษขนาด A5 เล็กน้อย ประมาณ 19x16 เซ็นติเมตร มีความหนา 136 หน้า ภายในเล่มพิมพ์ด้วยกระดาษอาร์ตมัน ส่วนปกหน้าหลังเป็นกระดาษเนื้อแข็งผิวด้าน ราคาหนังสือหน้าเว็บบวกค่าส่งต่างประเทศ $30.00 เหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 1,000 บาท

เนื้อหาภายในเล่ม - โดยรวมจะแบ่งออกคร่าวๆเป็น 5 ส่วน 
1. ส่วนของการทำโมเดล Rick Dome ที่ใช้เป็นตัวทดลองการทำสีและเวทเธอริ่ง โดยจะอธิบายเทคนิคหลักๆที่ใช้ในการทำโมเดลทั้งสองชิ้นคือ Hair Spray Technique (HS) หรือการทำสีกระเทาะและรอยถลอกต่างๆด้วยน้ำยาฉีดผม และ Oil Paint Rendering (OPR) หรือการทำเวทเธอริ่งด้วยการใช้สีน้ำมัน

2. ส่วนของการทำโมเดล Sazabi การประกอบ การทำสีรองพื้นและสีหลัก

3. การใช้ Hair Spray Technique (HS) บนตัวโมเดล Sazabi เพื่อทำสีกระเทาะและรอยถลอกต่างๆ รวมถึงการกั้นพ่นเครื่องหมายและการติดดีแคล

4. การเวทเธอริ่งหรือการทำคราบสกปรกต่างๆให้เหมือนสภาพที่ผ่านการใช้งาน ลงบนตัวโมเดล Sazabi โดยใช้เทคนิคสีน้ำมัน Oil Paint Rendering (OPR) เป็นหลัก ที่สามารถทำได้ทั้งคราบน้ำมัน คราบสนิม คราบรอยเปื้อนรอยสกปรกต่าง รวมถึงคราบดิน ฝุ่น และการทำให้สีพื้นนั้นดูซีดจาง

5. Gallery รวมภาพผลงานที่เสร็จสมบูรณ์ท้ายเล่ม

เอกลักษณ์หนึ่งของหนังสือจากค่ายนี้ คือนอกเหนือจากเขียนอธิบายการทำงานแบบละเอียดแล้ว ในส่วนเนื้อหาที่สำคัญจะมีกรอบหน้าต่างที่ใช้อธิบายวิธีคิดในการทำงานเพิ่มขึ้นมาคือ "W (Why)" ที่อธิบายถึงเหตุผลของการทำ และ "H (How)" ที่อธิบายวิธีหรือเทคนิคที่ใช้เพื่อให้ได้ผลลัพท์ในแบบที่ต้องการ 
นอกจากนี้ก็จะใช้สัญลักษณ์วงกลมขนาดเล็ก เพื่อวงส่วนที่สำคัญในภาพที่กำลังถูกพูดถึงอยู่ในการอธิบายของหน้านั้นๆ

ในส่วนเนื้อหาของหนังสือ จะเป็นหนังสือที่ใช้การเขียนอธิบายเยอะและค่อนข้างละเอียดทั้งในเรื่องของวิธีคิดที่นำมาใช้ เทคนิคในการทำงานต่างๆ รวมถึงมุมมองของตัวผู้เขียนเองที่มีต่อการทำงานในแต่ละส่วน 
ดังนั้นหนังสือเล่มนี้จึงเป็นหนังสือที่เน้นเรื่องของการอธิบายผ่านทางตัวอักษรค่อนข้างมาก แม้จะมีรูปภาพในเล่มมากพอสมควร แต่จะมีรูปภาพในแบบ Step-By-Step (SBS) หรือการอธิบายขั้นตอนไปทีละขั้นพร้อมกับรูปภาพ แค่ในบางขั้นตอนเท่านั้น เช่น การทำ HS หรือ OPR แต่โดยรวมแล้วการอธิบายวิธีการต่างๆนั้นก็ทำออกมาได้ดีมาก และรูปภาพประกอบต่างๆก็เป็นส่วนสำคัญที่ช่วยให้เข้าใจวิธีการทำได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะในส่วนสำคัญที่จะอธิบายวิธีการอย่างละเอียดพร้อมกับภาพประกอบแบบทีละขั้น

ความคิดเห็นส่วนตัว - ผมเลือกหนังสือเล่มนี้มารีวิวก่อนเพราะคิดว่ามันน่าสนใจที่ได้เห็นมุมมองของผู้เขียนในการทำงานประเภทที่ต่างไปจากเดิม รวมถึงตัวผมเองก็กำลังสนใจการทำสีงานประเภทหุ่นยนต์อยู่จึงอยากที่จะศึกษาแนวทางการทำงานเอาไว้
และเนื่องจากหนังสือเล่มนี้พึ่งออกวางจำหน่ายได้ไม่นาน และเป็นหนังสือที่มาจากค่ายที่ทำหนังสือเกี่ยวกับยุทธยานยนต์เป็นหลัก จึงอาจจะมีคนรู้จักไม่มากนัก เลยอยากจะนำมาแนะนำให้ชมกันครับ

หากคุณกำลังสนใจเรื่องของการเวทเธอริ่งโมเดลประเภทหุ่นยนต์ นี่คือหนังสือที่ดีมากเล่มหนึ่งที่อธิบายขั้นตอนในการทำงานและวิธีคิดได้อย่างละเอียดและเป็นระบบ ผ่านมุมมองของคนที่ทำงานเวทเธอริ่งแบบสมจริงด้วยเทคนิคแบบเดียวกับที่ใช้ในงานประเภทยุทธยานยนต์ และอธิบายให้เข้าใจถึงที่มาที่ไปของการใช้เทคนิคต่างๆในการเวทเธอริ่งแต่ละขั้นได้เป็นอย่างดี 

อย่างไรก็ตามเนื่องจากหนังสือเล่มนี้จะเป็นการโฟกัสไปที่โมเดลเพียงชิ้นเดียว ความหลากหลายของเทคนิคที่นำมาใช้และการอธิบายถึงที่มาของเทคนิคต่างๆจะไม่ละเอียดมากนัก แต่จะเน้นไปที่การอธิบายวิธีทำมากกว่า ซึ่งต่างจากหนังสือ Tank Art ของค่ายเดียวกัน ที่จะมีการทำโมเดลในเล่มหลายชิ้นและมีเทคนิคในการทำงานที่หลากหลายกว่า รวมถึงอธิบายเกี่ยวกับเทคนิคต่างๆเอาไว้อย่างละเอียดมากกว่าด้วย 
ดังนั้นหากผู้อ่านยังไม่มีประสบการณ์ในการเวทเธอริ่งใดๆมาก่อนเลย อาจจะต้องทำความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องของการเวทเธอริ่งและศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมเพื่อที่จะได้เข้าใจหลักการในการเวทเธอริ่งได้ดีมากขึ้น

ที่สำคัญต้องเข้าใจว่านี่ไม่ใช่หนังสือประเภทที่เน้นรูปภาพใหญ่ๆและเขียนอธิบายประกอบในภาพแต่ละขั้นแบบ SBS แต่เป็นหนังสือที่ต้องอาศัยการอ่านทำความเข้าใจบทความภาษาอังกฤษประกอบกับการดูรูปภาพ จึงจะช่วยให้เข้าใจถึงสิ่งที่เขาอธิบายได้อย่างเข้าใจ ดังนั้นหากทักษะทางด้านภาษายังไม่ดีนักก็อาจจะรู้สึกท้อกับตัวหนังสือจำนวนมากภายในเล่มได้ง่ายๆ 
แต่ถ้าใช้ความอยากรู้อยากเรียนมาเป็นแรงผลักดันให้พยายาม หนังสือเล่มนี้ก็จะช่วยในการฝึกอ่านภาษาอังกฤษได้เป็นอย่างดี เพราะมันเป็นเรื่องที่เราชอบและสนใจที่จะเรียนรู้ ยิ่งอยากรู้มากก็จะยิ่งพยายามมากเอง ที่ผ่านมาตัวผมเองก็ใช้วิธีนี้ในการฝึกฝนภาษาเช่นกัน คอยเปิดดิกแปลตลอดเวลาอ่านก็จะช่วยได้มาก พอทำบ่อยๆเข้าเราก็จะจำได้ดีขึ้นเองครับ 

ก็หวังว่าบทความรีวิวนี้คงจะเป็นประโชยน์ช่วยในการตัดสินใจซื้อได้บ้างไม่มากก็น้อยนะครับ ตอนแรกก็ตั้งใจว่าจะเขียนไม่ยาว ไปๆมาๆกลับกลายเป็นบทความรีวิวที่ยาวมากๆ และใช้เวลาไปไม่น้อยเลย ฮ่าๆ ขอบคุณทุกๆท่านที่อดทนอ่านกันครับ ไว้มีโอกาสอีกเมื่อไหร่จะมารีวิวหนังสือเล่มต่อไปให้ชมกันครับ
หากสนใจหนังสือเล่มนี้ลองเข้าไปสั่งซื้อได้ที่เว็บของ Rinaldi Studio Press ครับ 

https://www.rinaldistudiopress.com/